เทคนิคดีๆ “สำหรับร้านขายของชำ” ในยามที่ร้านสะดวกซื้อครองเมือง

เทคนิคดีๆ สำหรับร้านขายของชำในยามที่ร้านสะดวกซื้อครองเมือง

ในยุคนี้คงปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าเป็นยุคทองของร้านสะดวกซื้อโดยแท้ ไม่ว่าจะเดินไปซอกไหน ซอยไหนก็จะเห็นร้านสะดวกซื้อเปิดอยู่เต็มไปหมด และอีกข้อที่ต้องยอมรับในความพิเศษของร้านสะดวกซื้อก็คือทุกเจ้าจะเปิดกันตลอด 24 ชั่วโมง นั่นทำให้เป็นอะไรที่สะดวกมากๆ สำหรับคนที่ต้องการซื้อสินค้าไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใดก็ตาม แค่เดินออกไปร้านสะดวกซื้อก็จะได้สินค้าตามที่ต้องการแล้ว

และจากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นนั้นทำให้ ‘ร้านขายของชำ’ เริ่มค่อยๆ จางหายลงไปตามกาลเวลา จากที่หากย้อนเวลาไปก่อนหน้านี้สัก 10 ปี เราจะยังคงเห็นร้านขายของชำเปิดกันอยู่เยอะแยะมากมาย มีคุณป้า คุณน้า คุณยายคอยให้การต้อนรับลูกค้ากันเป็นอย่างดี แต่พอการเข้ามาของร้านสะดวกซื้อที่มีจุดเด่นหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นสินค้าเยอะกว่า เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ราคาสินค้ามีความแน่นอน รวมถึงมีแอร์เย็นๆ ไว้ให้เดินเล่น นั่นทำให้ความคลาสสิคของร้านชำค่อยๆ หมดไป ถึงกระนั้นแล้วก็ใช่ว่าเราจะไม่เห็นร้านขายของชำอีกเลยในยุคสมัยนี้ แต่ต้องบอกว่าค่อนข้างน้อยมากๆ เพราะหลายๆ ร้านยอมถอยให้กับร้านสะดวกซื้อไปแล้ว เราลองมาดูเทคนิคง่ายๆ ที่จะทำให้ร้านขายของชำยังคงอยู่ได้แม้ว่าจะมีร้านสะดวกซื้อเกิดขึ้นมากมายแค่ไหนก็ตาม

1. ขายสินค้าแบบแบ่งขาย

แน่นอนว่าสินค้าหลายๆ ประเภทสามารถแบ่งขายจากห่อใหญ่มาเป็นห่อเล็กได้ ไม่ว่าจะเป็นลูกอม หมากฝรั่ง บุหรี่ เหล้า แม้จะได้กำไรไม่มากแต่ก็ทำให้คนเข้ามาร้านเราได้มากขึ้น ซึ่งจุดนี้แน่นอนว่าร้านสะดวกซื้อทำไม่ได้อย่างแน่นอน

2. เลือกนำสินค้าบางประเภทที่ร้านสะดวกซื้อไม่มีมาขาย

แม้ว่าร้านสะดวกซื้อจะใหญ่แค่ไหนแต่สินค้าบางรายการร้านสะดวกซื้อก็ไม่เคยนำมาขายเช่น ถ่านหุงต้ม เครื่องแกง ขนมโบราณ เป็นต้น

3. ลดราคาสินค้าบางรายการให้ต่ำกว่าร้านสะดวกซื้อเล็กน้อย

แน่นอนว่ากลไกราคาของร้านสะดวกซื้อจะต้องเป็นไปตามหลักการบริหารงาน ทำให้ราคานั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามใจชอบ แต่ในขณะที่ร้านชำนั้นเจ้าของจะเป็นผู้กำหนดราคาเอง ซึ่งจะรู้ต้นทุนอยู่แล้วทำให้สามารถลดราคาสินค้าให้ต่ำกว่าร้านสะดวกซื้อได้

4. ใช้ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชุมชน

แน่นอนว่าร้านขายของชำนั้นย่อมเข้าถึงผู้คนได้มากกว่าร้านสะดวกซื้อเพราะสามารถใช้ความเป็นกันเองของเจ้าของร้านที่มีความสนิทสนมมากกว่าพนักงานร้านสะดวกซื้อในการซื้อใจลูกค้าได้ พูดคุยทักทายอย่างเป็นกันเอง

5. ทำพื้นที่เล็กๆ ไว้สำหรับให้ลูกค้านั่งพูดคุยกัน

ร้านขายของชำ

อาจจะมีการวางโต๊ะ เก้าอี้ไว้สักชุดในมุมไหนของร้านหากมีพื้นที่ ไว้ให้ลูกค้าบางคนได้มานั่งพบปะพูดคุยกันและนั่นก็เป็นอีก 1 ช่องทางที่จะทำให้ขายสินค้าได้ด้วย

6. มีการลดราคาเพื่อเป็นการจูงใจ

ในการซื้อสินค้าร้านสะดวกซื้อหากว่าราคาสินค้าคำนวณมาแล้วได้ราคาเท่าไหร่ก็ต้องจ่ายเท่านั้น แต่ว่าหากซื้อสินค้าในร้านขายของชำเราอาจทำการลดราคานิดๆ หน่อยๆ เพื่อให้เกิดการจูงใจในการซื้อครั้งต่อไป เช่น คิดราคาแล้วอยู่ที่ 132 บาท อาจจะลดให้เหลือ 130 บาทก็ได้

7. มีการปรับปรุงร้านให้ดูน่าเข้ามากขึ้น

ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงให้ทำการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงร้านขนานใหญ่จนเสียเงินเสียทองไปหลายบาท แต่ให้ปรับปรุงในบางส่วนที่พอจะทำได้และให้ร้านดูดีขึ้น ดูสะอาดตาขึ้น และมีการจัดวางสินค้าให้ดูสวยงามขึ้นนั่นเอง

ต้องยอมรับว่าแม้ทุกวันนี้ร้านขายของชำจะเป็นแค่คนรุ่นป้า รุ่นยายเราเป็นผู้ดูแลและเราเองก็มองว่าไม่ได้ทำเงินให้มากนัก แต่หากลองปรับเปลี่ยนตามวิธีข้างต้นก็พอที่จะทำให้ร้านขายของชำนั้นมีรายได้และอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่างสบายๆ

เรียบเรียงโดย : Pratoshare.com (ไม่อนุญาตให้คัดลอกเนื้อหาไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใด โดยไม่ได้รับอนุญาต)

Comments

ใส่ความเห็น