6 สถานที่ท่องเที่ยว “รับลมหนาว” ที่คุณห้ามพลาด

6 สถานที่ท่องเที่ยวรับลมหนาว หน้าหนาวนี้ไม่ควรพลาด สถานที่เที่ยวหน้าหนาวเหล่านี้

ปีใหม่เที่ยวไหนดี วันหยุดยาวทำอะไร สถานที่ท่องเที่ยวหน้าหนาวมีที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง ? เป็นคำถามที่เป็นประเด็นทักทายกันในแวดวงเพื่อนอยู่ตลอดโดยเฉพาะในช่วงเทศกาล ถ้าหน้าหนาวปีนี้ใครยังไม่มีแพลนไปเที่ยวต่างประเทศหรือยังมีวันลาหยุดที่บริษัทเหลืออยู่ นี่ถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะชักชวนคนรู้ใจไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ กับสถานที่ท่องเที่ยวหน้าหนาวต่างๆที่น่าสนใจ เปลี่ยนบรรยากาศการเที่ยวในเมือง มากางเต้นท์ ชมทะเลหมอก สัมผัสไอหนาว นอนดูดาว เติมพลังชีวิต กระชับมิตรกับเพื่อนฝูงกับครอบครัว แล้วจะรู้ว่าเที่ยวเมืองไทยในหน้าหนาวก็สนุกไม่แพ้ไปทริปต่างประเทศเลยทีเดียว

1. เขาค้อ (เพชรบูรณ์)

เขาค้อ

เขาค้อ

เขาค้อขอบคุณภาพสวยๆจาก @ chanomworld (facebook.com/chanomworld)

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในหน้าหนาวที่ควรมีไว้ในเช็คสิสอย่างยิ่ง ด้วยเนินเขาต่ำสลับกันเป็นแนวยาวประกอบกับภูมิอากาศแบบหนาวชื้น ทำให้ได้สัมผัสกับบรรยากาศของทะเลหมอกในยามเช้าได้อย่างน่าประทับใจ ในวันที่ลมแรงมักจะไม่มีหมอก แต่ถ้าหากไม่ได้เจอทะเลหมอกยามเช้า ก็ยังสามารถสูดอากาศบริสุทธิ์จากสายลมที่พัดผ่านมาแทน นอกจากนี้เขาค้อยังเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ไทยระหว่างการสู้รบเพื่อปกป้องอำนาจอธิปไตยของทหารอาสาและพลเมืองในเขตแดนพื้นที่สามจังหวัด ได้แก่ เลย พิษณุโลกและเพชรบูรณ์ มีจุดชมวิวหลายที่ไม่ว่าจะเป็นวัดพระธาตุแก้ว พระตำหนักเขาค้อ อนุเสาวรีย์จีนฮ่อ และอื่นๆ เขาค้อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับการไปพักผ่อนหย่อนใจได้ทุกฤดูกาล แต่นักท่องเที่ยวมักจะเจอทะเลหมอกในช่วงฤดูฝนและหนาวเท่านั้น

ที่ตั้ง : อำเภอเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์
Website: thai.tourismthailand.org

2. เขาช้างเผือก (กาญจนบุรี)

เขาช้างเผือก-(กาญจนบุรี)

เขาช้างเผือก-(กาญจนบุรี)

เขาช้างเผือก-(กาญจนบุรี)

เขาช้างเผือก-(กาญจนบุรี)ขอบคุณภาพสวยๆ จากคุณ @ ณัฐพล นพพรเจริญกุล facebook.com/iSIRBOOM

หากคุณเป็นคนชอบการผจญภัยและความท้าทายใหม่ๆในชีวิต การพิชิตเขาช้างเผือกคืออีกหนึ่งสถานที่ที่คุณควรไปซักครั้งในชีวิต ด้วยทัศนียภาพและวิวอันสวยงามจากเทือกเขาที่สลับซับซ้อนเป็นแนวยาว รวมถึงทางเดินบนยอดเขาที่คล้ายสันคมมีด ทำให้ทริปการเดินเขาของคุณเป็นไปได้ความสนุกน่าตื่นเต้น คุณจะได้สัมผัสหมอกบางๆและเดินเหยียบเมฆที่อยู่รอบตัวคุณ เปรียบเสมือนว่าคุณกำลังอยู่บนสวรรค์และกำลังข้ามสะพามเมฆจากเขาช้างเผือกนี้ ในหนึ่งปีเขาช้างเผือกจะเปิดให้เข้าได้ 4 เดือนเท่านั้น คือ ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม การเดินทางพิชิตยอดเขาครั้งนี้ นอกจากต้องมีร่างกายที่ฟิตแข็งแรงแล้ว ยังต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน ในการเดินทาง และต้องมีเจ้าหน้าที่เป็นผู้นำทางในการผจญภัยครั้งนี้ด้วย

ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
ติดต่อ 034-532-114, 034–510-979, 08-1382-0359
Website: www.dnp.go.th

3. ภูลมโล (เลย)

ภูลมโล

ภูลมโล4

ภูลมโล3

ภูลมโล5ขอบคุณภาพสวยๆจาก สมาชิก pantip @ pitpon

ภูลมโลได้ขึ้นชื่อว่าเป็น “ซากุระเมืองไทย” อย่างแท้จริง เพราะคุณจะได้ชมวิวดอกไม้บานสะพรั่งจากต้นพญาเสือโคร่งมากกว่าหนึ่งแสนต้นในพื้นที่ 1,200 ไร่ “ยอดภูโล” เป็นแหล่งท่องเที่ยวอนุรักษ์เชิงธรรมชาติที่อยู่ระหว่างรอยต่อของสามจังหวัดทั้งพิษณุโลก เลย และเพชรบูรณ์ โดยปกติดอกไม้สีชมพูจากต้นพญาเสือโคร่งจะเบ่งบานพร้อมกันทั้งภูเขาในช่วงกลางของฤดูหนาว และในหนึ่งปีจะบานเพียงครั้งเดียวเท่านั้นหลังจากนั้นจะร่วงโรยภายในสองสัปดาห์ นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปชมต้นพญาเสือโคร่ง อย่าลืมที่จะติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อเช็คช่วงเวลาในการท่องเที่ยวก่อนเข้าชม

ที่ตั้ง : อำเภอด่านซ้าย จ.เลย
ติดต่อสอบถาม : ศูนย์ประสานงานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ชุมชนกกสะทอน
088-4395727 , 091-2820556
https://www.facebook.com/ChmrmSngSerimKarThxngTheiywTkkSaThxn/

4. ดอยอ่างขาง (เชียงใหม่)

ดอยอ่างขาง-1

ดอยอ่างขาง2

ดอยอ่างขาง3

ดอยอ่างขาง4ขอบคุณภาพสวยๆ จาก @ดอยอ่างขาง360องศา ( facebook.com/doiangkhang.story )

ดอยอ่างขาง หรือ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยพืชผักผลไม้เมืองหนาวเป็นสิบชนิด รวมถึงดอกไม้นานาพรรณ ช่วงเดือนธันวาคม – มกราคม อุณภูมิจะลดลงต่ำมากจนกระทั่งเกิดปรากฎการณ์น้ำค้างแข็ง หรือ แม่คะนิ้ง นักท่องเที่ยวสามารถทำกิจกรรมที่ดอยอ่างขางได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นขี่ฬ่อล่องไพร ขี่จักรยาน ดูนก เดินป่าศึกษาเส้นทางตามธรรมชาติ ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกตามจุดชมวิว-จุดกิ่วลม และเยี่ยมชมวิถีชีวิตหมู่บ้านพื้นเมืองต่างๆ หลายๆคนอาจรู้สึกคุ้นตาดอยอ่างขางในภาพยนตร์หรือละครดังเพราะเป็นจุดท่องเที่ยวที่มีทัศนียภาพสวยงาม

ที่ตั้ง : อำเภอฝาง จ.เชียงใหม่
ติดต่อสอบถาม : 053-969-489
Website: www.angkhangstation.com

5. ดอยเสมอดาว (น่าน)

ดอยเสมอดาว

ดอยเสมอดาว

ดอยเสมอดาว

ดอยเสมอดาวขอบคุณภาพสวยๆจาก @ chanomworld (facebook.com/chanomworld)

ดินแดนอ้อมกอดแห่งขุนเขา โอบล้อมด้วยเทือกเขา และดาวนับล้านดวงบนท้องฟ้า คุณสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศการชมดาว ทำให้คุณและคนรักได้มีค่ำคืนสุดโรแมนติก พร้อมกับการตื่นเช้ามาชื่นชมบรรยากาศทะเลหมอก 360 องศา เพียงแค่คุณเปิดซิปจากเต้นท์ก็สามารถเห็นวิวทะเลหมอก พร้อมกับพระอาทิตย์ขึ้น ในขณะที่กุมมือคนรู้ใจอยู่ข้างๆ ดอยเสมอดาวยังมีลานกว้างที่เหมาะสำหรับการตั้งเต้นท์และรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพื่อความสะดวกสบายคุณสามารถติดต่อขอเช่าเต้นท์จากเจ้าหน้าที่อุทยาน และจับจองที่พักล่วงหน้าก่อน 1 อาทิตย์
ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ตู้ปณ. 14 ตำบลศรีสะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน 55150
ติดต่อสอบถาม : โทร. 054 701106 หรือกรมอุทยานแห่งชาติฯ 02 579 7223, 02 561 2919 ต่อ 724, 725
Website: www.dnp.go.th

6. จิมทอมป์สัน ฟาร์ม (นครราชสีมา)

จิมทอมป์สัน ฟาร์ม

จิมทอมป์สัน ฟาร์ม

จิมทอมป์สัน ฟาร์ม

จิมทอมป์สัน ฟาร์ม

จิมทอมป์สัน ฟาร์มขอบคุณรูปภาพสวยๆจาก @ Jim Thompson Farm

ถ้าคุณต้องการเที่ยวแบบ One day Trip และชอบการท่องเที่ยวเรียนรู้เชิงเกษตร จิมทอมป์สัน ฟาร์ม คือสถานที่ที่เหมาะสำหรับครอบครัวคุณ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะได้มีโอกาสเปิดประสบการณ์ด้านการเกษตรและวัฒนธรรมต่างๆ เช่น เรียนรู้วงจรชีวิตของหนอนไหม ชมการปลูกพืชผักแบบปลอดสารพิษ สัมผัสวัฒนธรรม วิถีชีวิต และขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆของชาวอีสาน และที่สำคัญที่สุด คุณจะได้ชมธรรมชาติและบรรยากาศอันงดงามของทุ่งดอกไม้นานาชนิดแบบสุดลูกหูลูกตา โดยปกติจิมทอมป์สัน ฟาร์ม จะเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมปีละครั้ง และในหน้าหนาวปีนี้ จิมทอมป์สัน ฟาร์ม ได้เปิดรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ วันที่ 5 ธันวาคม 2558 – 10 มกราคม 2559 คุณสามารถซื้อบัตรล่วงหน้าได้ที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ และ ร้านจิมทอมป์สันทุกสาขา ราคาบัตรที่ซื้อล่วงหน้าจะถูกกว่าการซื้อบัตรที่หน้าฟาร์ม

ที่ตั้ง : อำเภอปักธงชัย จ.นครราชสีมา
ติดต่อสอบถาม : 02-762-2566, 085-660-7336
Website: www.jimthompsonfarm.com

เรียบเรียงโดย : Pratoshare.com (ไม่อนุญาตให้คัดลอกเนื้อหาไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใด โดยไม่ได้รับอนุญาต)

Comments

ใส่ความเห็น